Tuesday, March 08, 2022

ฉันมาทำอะไรที่นี่

ไม่ได้เป็นหมอ แต่ admit นักเรียนเข้า Zoom meeting

ไม่ได้ทำธุรกิจ แต่ export การบ้านคืนนักเรียนจาก Goodnotes

ไม่ได้เป็นเซล แต่ ทำยอด โดยต้องเพิ่มหน้า (ตามระเบียบ) ให้ร่างหนังสือที่ "ผู้ทรง" บอกว่า ดีแล้ว

Monday, January 10, 2022

just a thought

 What is probably my last year here has started.

Sunday, August 15, 2021

ข้าราชการเปลี่ยนสภาพ

ที่ทำงานเรียกฉันอย่างนั้น

เป็น mutant ชนิดหนึ่ง

ต่อสัญญาให้ฟรี ๆ มาสามครั้ง

สัญญาที่สาม กำลังจะสิ้นสุดลง

ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตำแหน่งทางวิชาการ

ก็จะกลายเป็น ข้าราชการบำนาญ

Monday, August 09, 2021

That's why I'm easy

I thought this new semester is going to be "easy as Monday morning", with me taking leave last academic year, which means no teaching for a long time, on line or not. But then I got messages from a new batch of undergrad semanticists welcoming me back from my sabbatical year. My God always has creative ways of cheering me up!

Sunday, August 08, 2021

คำไว้อาลัย

วันนี้ฟังเทศนาหัวข้อ ทำเพื่อแม่ เลยนึกถึงสิ่งนี้ 

 28 ธันวาคม 2019 
 ขอบคุณที่ได้มีโอกาสที่จะกล่าวถึงแม่ในวันนี้ 

แม่เป็นแม่ เป็น single mom มาก่อนที่จะมีวลีนี้ใช้กันอย่างแพร่หลาย 

แม่เป็นครู ตลอดชีวิตการทำงาน มีได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ พยายามไปหาข้อมูลจากกรมสามัญศึกษาที่โรงเรียนของแม่สังกัดอยู่ เขาบอกว่าไม่ได้มีการบันทึกไว้ แต่สิ่งเหล่านี้พระคัมภีร์เรียกว่าเป็น “หยากเหยื่อ” ไม่ได้มีความสำคัญอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับการที่แม่ได้รู้จักพระเจ้า 

แม่เป็นผู้เชื่อ ที่มั่นใจในการทรงสถิตของพระเจ้า แม้อาจจะไม่ได้อ่านพระคัมภีร์มากเท่าใครหลายคน แต่ตอนที่แม่ป่วยและต้องอยู่ที่บ้านคนเดียวตอนกลางวัน แม่จะบอกว่า ไม่ต้องห่วงนะ พระเจ้าอยู่ด้วย แม่อธิษฐานตลอด 

แม่เป็นยาย คิดว่านี่เป็นบทบาทที่แม่อาจจะชอบที่สุด จนเรียกตัวเองว่ายายกับทุกคน 

บางคนในที่นี้เคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้วและรู้ว่ามดไม่ชอบ 
ก็แค่เรียกตัวเองว่า “แม่” กับลูก มันยากตรงไหน 
และจริง ๆ ก็มีอีกหลายอย่างที่แม่ทำและมดไม่ชอบ เช่น 
ไม่รับโทรศัพท์และไม่เคยโทรหา Missed call เป็น 10 ครั้ง ก็ไม่โทรกลับ 
ไม่ขอความช่วยเหลือจากลูก บอกว่าเกรงใจ 
แต่ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น เพื่อนบ้าน พี่น้องที่โบสถ์ 

สิ่งเหล่านี้เข้าใจยาก มดไม่เข้าใจ 
แต่วันหนึ่ง ก็มาถึงจุดที่ตระหนักว่า ไม่ต้องเข้าใจ แต่ยอมรับ 
คือยอมที่พระเจ้าให้มีแม่อย่างนี้ 
ซึ่งไม่ใช่ไม่ดี แต่เป็นพระพร 

ขอแบ่งปัน 2 สิ่งที่แม่สอนมด 
สิ่งแรกคือการเสียสละ 
หลาย ๆ คนจะรู้ว่ามดชอบแมว มีแมว 6 ตัวที่บ้าน 
จริง ๆ ตั้งแต่เด็ก ๆ บ้านเราจะมีแมวมาตลอด 
แต่เพิ่งจะมารู้ภายใน 10 ปีมานี้เองว่า 
แม่ไม่ชอบความรู้สึกเวลาที่แมวมาคลอเคลีย 
เคล้าแข้งเคล้าขา มันไม่ได้น่าเอ็นดูสำหรับแม่ 
แต่แม่ก็เสียสละ เพราะลูกชอบ 

สิ่งที่สองคือ แม่สอนว่า อย่าอยากได้อะไรจากคนอื่น แล้วจะสบายใจ 
อะไรที่ว่านี้ไม่ใช่แค่สิ่งของหรือเงินทอง 
อาจเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม ข้อมูล ข่าวสาร ความรัก 
ถ้าใครรู้อะไร แล้วเขาไม่บอกเรา ก็แปลว่ามันไม่ได้เป็นสิ่งที่เราต้องรู้ 
ถ้าใครไม่รักเรา ก็ไม่เป็นไร 
พระเจ้ายังไม่บังคับให้ใครรักพระองค์เลย 
อาจจะฟังดูเหมือนอกหัก แต่จริง ๆ ประยุกต์ได้กับความรักทุกรูปแบบ 

แล้วการที่แม่ไม่โทรศัพท์มาหา ไม่ขอความช่วยเหลือจากมด ก็ไม่เป็นไร 
เพราะพระเจ้าจัดเตรียมคุณย่าของหลานให้โทรมาบอกมดว่า แม่ผอมมาก 

เมื่อพาแม่ไปหาหมอไม่กี่ครั้ง ก็ได้รู้ว่า มีน้ำในปอดข้างซ้าย 
เป็นของเหลวซึ่งเนื้อร้ายที่เยื่อหุ้มปอดผลิตออกมา 

 มดได้คุยกับแม่ก่อนจะรู้สิ่งนี้ว่า ไม่ว่าจะเป็นอะไร พระเจ้าก็รักษานะ 

วันแรกที่หมอบอกว่าพบเนื้อร้าย หมอพูดว่าไม่หายนะคะ 
มดกับแม่คุยกันใหม่ว่า ไม่ว่าจะอย่างไร พระเจ้าก็ดูแลนะ 

จริง ๆ พูดได้เต็มปากว่า การที่แม่ป่วยเป็นพระพรหรือพระพรที่ซ่อนอยู่ 
พระเจ้าให้โอกาสได้ใช้เวลากับแม่ ได้ทำสิ่งที่ลูกควรทำ 
แม่ไม่ต้องโทรมา แต่ได้คุยกัน เพราะแม่มาอยู่ที่บ้าน 
แม่ไม่ต้องขอความช่วยเหลือ แต่ลูกได้พาไปหาหมอ 
แม่ไม่ต้องเรียกตัวเองว่าแม่ แต่มดก็เป็นลูกแม่ 

สิ่งหนึ่งที่แม่ชอบทำคือการประกาศ การบอกเรื่องราวของพระเจ้ากับผู้ที่ยังไม่รู้จักพระองค์ 
ขอบคุณพระเจ้าที่ในวาระสุดท้าย ก่อนที่ร่างของแม่จะกลับไปเป็นผงคลีดิน 
แม่ก็ยังได้ประกาศบอกบางคนในที่นี้ที่อาจจะยังไม่รู้จักพระเจ้า ให้ได้ยินเรื่องราวของพระองค์ 

สำหรับใครที่อยากจะพบแม่อีก จะเรียกว่าชาติหน้าหรืออะไรก็ตาม 
ทางเดียวคือจะต้องติดตามพระเยซู 
ถ้าสนใจข้อมูลเพิ่ม มั่นใจว่าผู้เชื่อทุกคนในที่นี้ยินดีจะแบ่งปันเรื่องนี้ 
ถามใครก็ได้ 

สำหรับผู้ที่อาจจะไม่ได้รู้จักแม่เป็นการส่วนตัว และยังไม่รู้จักพระเจ้า 
และโดยเฉพาะ ถ้ายังมีแม่อยู่ ก็อยากจะแนะนำให้ท่านและแม่ของท่านรู้จักพระเจ้าเช่นกัน 

คือเมื่อแม่จากไป ก็มั่นใจมากว่าไปอยู่กับพระเจ้าแล้ว หายใจสะดวกแล้ว 
แต่มันก็ยังรู้สึกแปลก ๆ 
จะบอกความลับให้ว่า 
เวลาอยู่บ้าน ถ้าไม่ได้ทำอะไร ก็จะร้องเพลงนมัสการ ไม่ใช่แค่ในใจ แต่ออกเสียงดัง ๆ ด้วย 

ย้ำอีกครั้ง ถ้าสนใจข้อมูลเพิ่ม ถามใครก็ได้ 

สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณพระเจ้าอีกครั้งสำหรับแม่ และขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านค่ะ

Saturday, July 31, 2021

Baby draft

It has been emailed to an honorary reader, with all the loopholes and everything. Absolutely exhausted!

Sunday, July 25, 2021

This week

It's the last week of my sabbatical year. My plan was to publish a new post every day, perhaps every week, or at least every month. As it has happened, my previous post was in September 2020 and I'm now writing the first post in 2021! I'm still working on the critical section in the book, which I've taken leave for. The new semester starts on the 9th.

Tuesday, September 01, 2020

non-progress report

My first so-called sabbattical month was officially done. I'm grateful that a progress report is due every three months rather than monthly.

Monday, August 17, 2020

week two highlight

Third change of plan!!!

Sunday, August 09, 2020

how I spent my first sabbatical week

Sat: พาชานมไปทำหมัน ดูไลฟ์มาร์ค Sun: นมัสการออนไลน์ จัดโต๊ะ Mon: อ่านงานเด็กฉบับแก้ไข ส่ง feedback นัดหมายเซ็นต์เอกสาร Tues: นัดอาหารกลางวันและอาฟเตอร์นูนที Wed: พบนักเรียน คุย นัดอาหารกลางวันและอาฟเตอร์นูนที Thurs: เลือกตัวอย่างต้นฉบับที่จะใช้ในส่วนที่ 3 Fri: ตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้ เขียน preface ของเอกสารคำสอน Sat: ไปซื้อของ ระหว่างทางคิดว่าควรเปลี่ยนวิชาที่จะเขียนเอกสารคำสอน Sun: นมัสการออนไลน์ พาชานมไปหาหมอ

Monday, August 03, 2020

new chapter

My sabbatical year started two days ago!

Saturday, March 21, 2020

อยากจะขอบคุณพระเจ้า

ตั้งแต่ 16 มีนาคม มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึึ่งแถวสามย่านประกาศว่าการเรียนการสอนทั้งหมดต้องเป็นออนไลน์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จริง ๆ ก็คิดและคุยนักเรียนไว้ตอนสัปดาห์ก่อนหน้าว่าเดี๋ยวก็คงจะต้องเรียนและสอนออนไลน์กันนั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะค่อนข้างเร็วขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับตื่นเต้นอะไรมาก เพราะเป็นคนสอนช้าเลยเคยนัดเด็กเรียนออนไลน์วันเสาร์เพื่อสอนเสริมมาตั้งแต่ 2015 แล้ว (ตามที่ Skype บันทึกไว้) นอกจากนี้เมื่อปีที่แล้วก็ยังได้เข้า Bible Study Group ทาง Zoom อีก เลยถือว่าค่อนข้างจะคุ้นเคยกับช่องทางเหล่านี้ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งในชีวิตที่ย้ำซ้ำ ๆ ว่าอะไรที่เราจะได้ทำ ได้พบ ได้เจอ พระเจ้าจะเตรียมเราไว้อย่างดีแล้ว

จะว่าไป ตอนนี้สิ่งที่ต้องฝึกทำที่ไม่เคยทำมาก่อนคือ ขึ้นลงบันไดเลื่อนโดยไม่จับราว ขาขึ้นทำได้ค่อนข้างดีแล้ว แต่ขาลงยังต้องแตะราวนิด ๆ แต่นี่ก็ประกาศปิดห้างแล้ว คงจะไม่ได้ฝึกไปอีกสักพัก

 


Tuesday, December 24, 2013

ความสำคัญของวันคริสต์มาส

สคริปท์ที่เขียนสำหรับรายการอักษรพาที ออกอากาศไปแล้วเมื่อเสาร์ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา ฟังย้อนหลังได้จากเวบไซต์วิทยุจุฬาฯ (ฟังแล้ว รู้สึกอย่างไร ไม่ต้องมาบอกค่ะ อาย) แต่ถ้าอยากอ่าน เชิญเลยค่ะ (ติชมเนื้อหาได้ค่ะ)

ความสำคัญของวันคริสต์มาส

วันคริสต์มาสตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันหยุดราชการในหลาย ๆ ประเทศโดยเฉพาะประเทศทางตะวันตก คล้าย ๆ กับวันสงกรานต์ของเราซึ่งคือ 13 เมษายนในแง่ที่ว่าจะมีวันหยุดก่อนและหลังวันสงกรานต์ด้วย วันคริสต์มาสก็เช่นกัน บางประเทศเช่นเยอรมนี สาธารณรัฐเชค และออสเตรียจะหยุดตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคมแล้ว เรียกว่า Christmas Eve และสำหรับประเทศอังกฤษ แคนาดา และประเทศในเครือจักรภพ วันที่ 26 ธันวาคมเป็นวันหยุดราชการเช่นกัน เรียกว่า Boxing Day สรุปว่าจะมี 3 ติดกันเรียกว่า Christmas Eve, Christmas Day หรือวันคริสต์มาส และ Boxing Day

ทำอะไรใน วันนี้

เริ่มตั้งแต่ Christmas Eve สถานที่ราชการ หรือบริษัทต่าง ๆ อาจจะหยุดทั้งวัน หรือครึ่งวันเพื่อให้ผู้คนได้มีเวลาเตรียมตัวสำหรับวันคริสต์มาส ซื้อของขวัญ เตรียมอาหารตกแต่งบ้าน ในบางประเทศ ร้านค้าจะเปิดจนดึก เพื่อให้ผู้คนมีเวลาจับจ่ายซื้อของ ในบางประเทศ ร้านค้าจะปิดเร็วเพื่อให้ผู้คนได้มีเวลากับครอบครัว อาจจะเปิดของขวัญกันในวันนี้ ถ้าเป็นคริสเตียน ก็อาจไปร้องเพลงที่เรียกว่า Christmas carol กันตามบ้าน ห้างสรรพสินค้า หรือที่สาธารณะอื่น ๆ

สำหรับวันคริสต์มาส เนื่องจากเป็นวันหยุดผู้คนจึงมักใช้เวลาในวันนี้กับครอบครัว รับประทานอาหาร และแลกเปลี่ยนของขวัญกัน ในโบสถ์ของชาวคริสต์ จะมีการนมัสการพิเศษ อาจมีการจุดเทียน เรียกว่า candle-lit service

ส่วน Boxing Day ซึ่งบางแหล่งข้อมูลกล่าวว่า ที่เรียกว่า Boxing Day เพราะแต่เดิมเป็นวันที่นายจ้างจะให้ของขวัญแก่ลูกจ้าง ในปัจจุบัน BoxingDay จะเป็นวันที่ร้านรวงต่าง ๆ จะเริ่มการลดกระหน่ำหลังวันคริสต์มาส บางคนอาจไปเข้าคิวรอซื้อของตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันคริสต์มาสเลยทีเดียว

วันคริสต์มาสสำคัญอย่างไร

วันคริสต์มาสเป็นวันสำคัญ คือจะเป็นวันเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซู ในเชิงประวัติศาสตร์แล้ว ที่จริงมีการสันนิษฐานกันว่าพระเยซูไม่ได้ประสูติในวันที่ 25 ธันวาคม ตามวิธีคำนวณต่าง ๆ กัน วันที่กล่าวกันว่าเป็นวันประสูติที่แท้จริงของพระเยซูมีวันที่ 28 มีนาคม วันที่ 11 กันยายน หรือ 18 พฤศจิกายน ในช่วงก่อนคริสตกาล 2–7 ปี พระคริสตธรรมคัมภีร์หรือที่รู้จักกันในชื่อพระคัมภีร์ไบเบิลไม่ได้บันทึกไว้ว่าวันประสูติของพระเยซูตรงกับวันอะไร แต่บันทึกไว้ว่าพระองค์ประสูติในคอกสัตว์ เนื่องจากในช่วงนั้นจักรพรรดิออกัสตัสรับสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทำให้โยเซฟกับกับมารีย์ต้องเดินทางจากที่อยู่ในเมืองนาซาเร็ธ แคว้นกาลิลี ไปที่เมืองเบธเลเฮม แคว้นยูเดีย ซึ่งเป็นเมืองของเชื้อสายของโยเซฟ และเนื่องจากไม่มีที่ว่างในโรงแรม เมื่อมารีย์คลอดบุตรชายคือพระเยซูแล้ว ก็พันผ้าอ้อมและวางไว้ในรางหญ้า พระคัมภีร์ไบเบิลบันทึกไว้ว่า ในแถบนั้นมีคนเลี้ยงแกะอยู่กลางทุ่ง เฝ้าฝูงแกะอยู่ในเวลากลางคืน จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าวันประสูติเป็นวันที่ 25 ธันวาคมจริง เพราะเป็นกลางฤดูหนาวอากาศน่าจะหนาวเย็นเกินไปที่จะอยู่กลางแจ้ง

แล้วทำไมเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซูในวันที่ 25 ธันวาคม

ในยุคก่อนคริสตกาล จะมีการฉลองในช่วงกลางฤดูหนาว เนื่องจากความหนาวหน็บที่สุดของฤดูหนาวได้ผ่านพ้นไปแล้วผู้คนจะตั้งตารอเวลาที่จะมีแสงอาทิตย์ให้เห็นมากขึ้น ในสแกนดิเนเวียหรือยุโรปเหนือ ซึ่งอากาศหนาวกว่าส่วนอื่น ๆ ในยุโรป เมื่อถึงเวลานั้น ผู้ชายในครอบครัว คือพ่อและลูกชาย จะช่วยกันตัดต้นไม้มาทำเป็นขอนไม้เพื่อใช้ก่อไฟ มีการล้มวัวเพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องหาอาหารให้วัวในช่วงฤดูหนาวที่เหลือ ไวน์และเบียร์ที่หมักไว้ก่อนหน้านี้ก็ได้ที่พอดีและจะกินเลี้ยงกันจนไฟจากขอนไม้ที่ตัดมามอด ซึ่งอาจยาวนานถึง 12 วันกันเลยทีเดียว เดี๋ยวนี้ก็ยังมีการก่อไฟโดยใช้ขอนไม้ที่เรียกว่า Yulelog ในเตาผิง เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส และเค้กขอนไม้ที่รับประทานกันในช่วงคริสต์มาสก็มีที่มาจากสิ่งนี้นี่เอง

ส่วนในโรมซึ่งอากาศไม่หนาวเท่ายุโรปเหนือ ชาวโรมนอกศาสนาก็มีเทศกาลฉลองพระเสาร์ซึ่งเป็นเทพแห่งเกษตรกรรม มีการดื่มกินกันอย่างมากมายยาวนานเช่นกันในช่วงวันที่ 17–25 ธันวาคม จนในศตวรรษที่ 4 คริสเตียนเริ่มเข้าร่วมฉลองเทศกาลนี้ด้วย เนื่องจากหวังจะให้ชาวโรมนอกศาสนาเปลี่ยนมาเป็นคริสเตียนจึงประกาศอย่างเป็นทางการว่า วันที่ 25 ธันวาคมเป็นวันประสูติของพระเยซู เรียกว่าวันคริสต์มาส ผู้ประกาศนั้น บางตำราก็ว่าเป็นจักรพรรดิคอนสแตนติน บางตำราก็ว่าเป็นสันตปาปาจูเลียสที่ 1 ส่วนปีที่ประกาศ ตำราต่างเล่มก็เขียนไว้ไม่ตรงกันอีกเช่นกัน บ้างว่า ค.ศ. 324 บ้างว่า ค.ศ. 336 ซึ่งอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 4

สรุปว่าการเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซูมีในวันที่ 25 ธันวาคม แม้ว่าจะไม่ใช่วันประสูติของพระเยซูจริง ๆ เนื่องจากศาสนจักรต้องการร่วมมีส่วนในเทศกาลฉลองพระเสาร์ของชาวโรมนอกศาสนาซึ่งมีในช่วงวันที่ 17–25 ธันวาคม  เป็นความพยายามที่จะให้ชาวโรมนอกศาสนาเปลี่ยนมาเป็นคริสเตียน

ในอังกฤษและอเมริกาเริ่มฉลองวันคริสต์มาสตอนไหน

ปลายศตวรรษที่ จึงจะเริ่มมีการเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซูในอังกฤษจนถึงศตวรรษที่ 17 มีการปฏิรูปศาสนาโดยมาร์ติน ลูเธอร์ นักบวชคาทอลิกชาวเยอรมัน และมีการปฏิวัติในอังกฤษ สองเหตุการณ์นี้ทำให้การฉลองวันคริสต์มาสต่างออกไป เมื่อโอลิเวอร์ ครอมเวลชนะสงครามกลางเมืองในอังกฤษ ก็ประกาศยกเลิกการฉลองวันคริสต์มาสในปี ค.ศ. 1649 จนเมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ กลับมาครองราชย์ในปี ค.ศ. 1660 ถึงเริ่มมีการฉลองคริสต์มาสอีกครั้งแต่การฉลองคริสต์มาสในลักษณะที่เป็นเหตุการณ์แห่งความรัก สันติสุขและความชื่นชมยินดี เพิ่งเริ่มขึ้นในทศวรรษปี 1820

ส่วนในอเมริกาเมื่อเทียบกับยุโรป นับว่าเริ่มมีการฉลองคริสต์มาสมาไม่นาน คือมีการประกาศว่าวันที่ 25 ธันวาคมเป็นวันหยุดราชการ เมื่อวันที่26 มิถุนายน ค.ศ. 1870 นี้เอง

ในอังกฤษและอเมริกาฉลองคริสต์มาสอย่างไรบ้าง

เมื่อช่วงกลางอาทิตย์ มีการเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกันเกี่ยวกับการฉลองคริสต์มาสว่า ชาวอเมริกันมองว่าวันคริสต์มาสเป็นวันหยุดที่มีความสำคัญในเชิงวัฒนธรรมมากกว่าความสำคัญในเชิงศาสนา คือสิ่งที่ทำกันในวันนี้ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเช่นการร้องเพลง Christmas carol ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการประสูติของพระเยซู และสันติสุขและความชื่นชมยินดีอันเนื่องมาจากเหตุการณ์นี้ เพลงคริสต์มาสแครอลที่เป็นที่รู้จักกันดีเช่น Silent Night และ Joy to the World การร้องเพลงคริสต์มาสแครอลนี้มีคนทำน้อยมากไม่ถึง10 % ชาวอเมริกันส่วนใหญ่จะใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงแลกของขวัญ ส่งการ์ดอวยพร พูดง่าย ๆ คือ ซานตาคลอสดูจะมีความสำคัญว่าพระเยซู จากการสำรวจ พบว่าครอบครัวที่มีลูกหรือไม่มีลูกก็ตาม ต่างก็รอคอยการมาของซานตาคลอส

ขอเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับซานตาคลอสสักนิด

ซานตาคลอสหรือเซนต์นิโคลัสเป็นชายสูงวัยใจดี ใส่ชุดสีแดง มีเคราสีขาวจะเดินทางด้วยเลื่อนที่ลากโดยกวางเรนเดียร์ เพื่อนำของขวัญมาให้เด็กดีทั่วโลกในคืนวันที่ 24 ธันวาคม เข้าไปในบ้านของเด็ก ๆ ทางปล่องไฟแล้วใส่ของขวัญ ซึ่งมักเป็นของเล่นที่ผลิตโดยเอลฟ์ ไว้ในถุงเท้าที่เด็ก ๆ เตรียมแขวนไว้ที่เตาผิง และเด็ก ๆ ก็จะเตรียมขนมกับเครื่องดื่มไว้ไห้ซานตาคลอสเช่นกัน เด็กอเมริกันมักจะวางคุกกี้ชอคโกแลตชิพ เด็กอังกฤษจะวางมินซพาย ส่วนเครื่องดื่มอาจเป็นนมหรือบรั่นดี

ขอเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับมินซพาย

มินซพายจะเป็นพายชิ้นเล็ก ๆไส้ผลไม้แห้งสับละเอียดใส่เครื่องเทศและเหล้าที่ได้จากการกลั่น ในอังกฤษจะมีคำกล่าวว่า Chirstmas would not be Christmas without mince pies. ซึ่งแปลได้ว่า คริสต์มาสจะไม่ใช่คริสต์มาสถ้าไม่มีมินซพาย

นอกจากรับประทานมินซพายที่อังกฤษจะฉลองอย่างไรอีกบ้าง

จากประสบการณ์ส่วนตัว เนื่องจากเคยศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ เห็นว่าการฉลองคริสต์มาสในอังกฤษเกี่ยวข้องกับศาสนามากกว่า เนื่องจากวันคริสต์มาสอยู่ในช่วงปิดเทอมนักเรียนกลับบ้านหมด โบสถ์ต่าง ๆ ในเมืองที่มีมหาวิทยาลัยจะเริ่มมีกิจกรรมฉลองคริสต์มาสตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม ที่มีกันแทบทุกโบสถ์คือการร้องเพลง Christmas carol ประสานเสียงในโบสถ์ หลังจากนั้นโบสถ์จะมีมินซพายและมัลด์ไวน์ซึ่งเป็นไวน์แดงต้มกับเครื่องเทศและลูกเกดเสริฟให้รับประทาน เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับอย่างหนึ่ง สำหรับดิฉัน คือสุขทั้งใจจากการฟังและร้องเพลง Christmas carol และสุขทั้งกายจากการรับประทานมินซพายและมัลด์ไวน์อุ่น ๆ ในอากาศหนาว

อีกประสบการณ์หนึ่งที่น่าประทับสำหรับดิฉันในช่วงคริสต์มาสที่อังกฤษ คือจะมีคณะนักร้องประสานเสียงที่ร้องเพลง Christmas carol ที่ชื่อดังที่สุดคณะหนึ่งในอังกฤษ คือคณะนักร้องประสานเสียงของ King’s Chapel ของ King’s College ใน Cambridge ซึ่งจะร้องเพลง Christmas carol ในคืนวันคริสต์มาสอีฟ คือ 24 ธันวาคม และมีการถ่ายทอดสดโดยสถานี BBC ถ้าใครอยากจะเข้าฟังการแสดงสดใน King’s Chapel จะต้องมาเข้าคิวกันตั้งแต่เช้ามืดของวันนั้น นั่ง ยืนรับประทานอาหารท่ามกลางลมหนาวกันทั้งวันกว่าจะได้เริ่มเข้าชมเข้าฟังการร้องประสานเสียงในตอนค่ำ ดิฉันเคยได้มีโอกาสครั้งหนึ่ง ขอรับรองว่าคุ้มค่ามาก ฟังจากโทรทัศน์ ซีดี หรือ YouTube ก็ไม่ไพเราะเท่าแน่นอน

อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเทศกาลคริสต์มาสในอังกฤษ คือพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 จะกล่าวสุนทรพจน์อวยพรในช่วงบ่ายของวันคริสต์มาส ถ่ายทอดสดทั่วประเทศโดย BBC เช่นกัน

อยากให้พูดถึงความสำคัญทางศาสนาของวันคริสต์มาส

การที่การฉลองวันคริสต์มาสไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะชาวคริสต์เท่านั้น ผู้ที่ไม่ใช่คริสตศาสนิกชนก็ฉลองวันคริสต์มาสเช่นกัน น่าจะบอกเราว่า พระเยซูเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในโลกเลยทีเดียว เพราะแม้แต่ผู้ที่ไม่เชื่อในพระองค์ก็ยังร่วมฉลองการประสูติของพระองค์ แม้การฉลองนั้นอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับพระเยซูโดยตรง

ชาวคริสต์เชื่อว่าพระเยซูเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในโลก จริง ๆ พระองค์เป็นพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าซึ่งมีพระองค์เดียวแต่มี 3 ภาค ตามความเชื่อของโปรแตสแตนท์ คือพระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์ ในขณะที่ชาวคาทอลิกจะเรียกว่าพระบิดา พระบุตร และพระจิต คือพระเยซูเป็นภาคหนึ่งของพระเจ้า ซึ่งพระเจ้าประทานให้ชาวโลก คือให้พระเยซูลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อไถ่บาปมนุษย์ทุกคนที่รับพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด คือรอดจากสิ่งที่เรียกในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า “บึงไฟนรก” ซึ่งคนบาปทุกคนต้องไป เรียกได้ว่าเป็นวันคริสต์มาสเป็นวันแห่งการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งพึงจะได้รับก็คือพระเยซู

ตัวอย่างกิจกรรมที่สะท้อนความสำคัญของวันคริสต์มาสมีอะไรบ้าง

ปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าคริสต์มาสเป็นเทศกาลที่ผ่านการทำให้เป็นธุรกิจมากที่สุดเทศกาลหนึ่งทั่วโลก ประกอบกับความเป็นวัตถุนิยมของสังคมปัจจุบันโดยทั่วไป สิ่งนี้เป็นจริงในประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพฯ เช่นกัน เราจะเห็นว่ามีการตั้งต้นคริสต์มาสขนาดยักษ์หน้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ประดับประดาไฟมากมาย บางโรงแรมมีการจัด Christmas dinner หรูหรา หรือการให้ของขวัญบางครั้งก็อาจจะเน้นว่าต้องราคาสูง สิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับความสำคัญอย่างแท้จริงของวันคริสต์มาส

ลองนึกดูว่าการฉลองวันเกิดโดยที่เจ้าของวันเกิดไม่ได้อยู่ด้วยเป็นเรื่องแปลกไหม การจะสะท้อนความหมายที่แท้จริงของคริสต์มาส ซึ่งเป็นวันแห่งการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคริสเตียนอาจทำได้โดย “การให้” ไม่ว่าจะเป็นการให้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงการเยี่ยมเยียนผู้ป่วยไม่มีญาติในโรงพยาบาล หรือให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม สิ่งเหล่านี้น่าจะทำได้ทั้งผู้ที่ติดตามพระเยซูและผู้ที่ยังไม่ได้ติดตามพระเยซู ถือเป็นการฉลองวันเกิดแบบที่เจ้าของวันเกิดอยู่ด้วย และที่เราให้ นั่นก็เพราะพระเจ้าให้เราก่อน ซึ่งเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่มนุษยชาติเคยได้รับ

Merry Christmas.

Tuesday, January 17, 2012

long time no blog

Can't believe that the last time I blogged was as long ago as Feb 2010, but I know it's true. Now that I'm no longer the EIL director, I hope to come here more often than once every two year. At least I can post what I wrote as assignments for my Bible school in these past two years.

Tuesday, April 26, 2011

มดเป็นอะไร

คิดมาตลอดว่าอาการวิงเวียนเป็นส่วนหนึ่งของโรคอีสุกอีใส แต่จนตุ่มแห้งหมดและเริ่มตกสะเก็ดแล้ว ก็ยังไม่หายวิงเวียน การวิงเวียนที่ว่านี้เป็นแบบตื่นมาก็เป็นเลย ลุกจากเตียง เดินลงมาข้างล่าง แล้วก็ทำอะไรต่อไม่ไหว ต้องนอนลงบนโซฟา ถ้าลืมตา บางครั้งจะเห็นบ้านหมุน ต้องหลับตาจนหลับไป จึงจะหาย มีบางครั้งที่ตื่นขึ้นมา ก็วิงเวียนอีก ถ้าวันไหนโชคดี จะนั่งกินข้าวเช้าได้ แล้วค่อยวิงเวียน บางวันจนกลางวัน ไม่เป็นอะไร ขับรถไปตลาด ซื้อกับข้าว แล้วก็จะเริ่มวิงเวียน เคยต้องนอนฟุบกับโต๊ะในฟูดคอร์ทของเทสโก้เพราะขับรถกลับไม่ไหว ถ้าใครเคยเมารถ ให้ลองนึกว่าเมารถที่ตัวเองขับจะเป็นอย่างไร ตอนไปหาหมอผิวหนังเพื่อรักษาแผลเป็น 100 จุดบนหน้าและอีก 900 จุดทั่วตัว ขากลับต้องแวะนอนพักที่บ้านแม่ครั้งหนึ่งและบ้านป้าอีกครั้งก่อนขับรถกลับบ้าน

วันพฤหัสบดีที่แล้วไปหาหมอหู เพราะน่าสงสัยแล้วว่า อาการวิงเวียนนี้มันอะไรกันแน่ หมอเขียนในใบรับรองแพทย์ว่า "เส้นประสาทการทรงตัวอักเสบ" แต่บอกว่าผมไม่รู้ว่าคุณเป็นอะไรกันแน่ สิ่งที่เป็นที่เล่าให้หมอฟัง การได้ยิน 2 เสียง การเมารถ การวิงเวียนเวลาเดินซื้อของและเวลาขับรถ เหล่านี้เป็นอาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันซึ่งเกิดจากมีหินปูนมากเกินไปในหูชั้นใน และรวมไปถึงการหูอื้อที่หมอถามว่าเป็นมั้ย ก็เป็นบ่อยมากโดยเฉพาะเวลาสอนหนังสือ อย่างไรก็ตาม หมอคิดว่าอาจเป็นอะไรมากกว่านั้น อย่างการที่เพิ่งมาเป็นอีสุกอีใสตอนนี้ ก็ถือว่าแปลก แถมยังมีแผลเป็น (หมอใช้คำว่า lesion ซึ่งวิกิไทยแปลว่า "รอยโรค") มาก คนปกติเขาไม่เป็นกันขนาดนี้ หมอแนะนำให้ตรวจเลือดดูว่าเป็น SLE หรือโรคอื่นๆหรือเปล่า (เขียนชื่อโรคเป็นตัวย่อมาให้ทั้งหมด 2 บรรทัด) ถ้าไม่พบอะไร ให้ทำ MRI เพื่อดูว่าเส้นเลือดในสมองตีบมั้ย ส่วนในชีวิตทั่วไปก็อย่าขี่จักรยาน ปีนเขา เล่นกีฬาผาดโผน หรือทำอะไรที่ต้องอาศัยการทรงตัว แล้วก็กินยาที่หมอสั่งให้ ซึ่งกินแล้วไมวิงเวียน แต่รู้สึกสมองตื้อๆ แปลกๆ

ระหว่างคุยกับหมอ ก็นึกๆ และบอกหมอว่าจริงๆ ก็แปลกใจที่ไม่ได้หาหมอเพราะวิงเวียนมาตั้งนานแล้ว เท่าที่ทำคือเวลามีพยาบาลถามว่ามีโรคประจำตัวมั้ย จะตอบว่าเวียนศีรษะ ไม่เคยมีหมอสั่งยาอะไรให้ จริงๆ คือเวียนหัวบ่อยมาตั้งแต่เด็ก ช่วงป. 1-2 ไปนอนห้องพยาบาลเพราะเวียนหัวบ่อยๆ จนครูพยาบาลให้กินยาหอม เวลาลุกจาการนั่งหรือนอน มักจะหน้ามืด เคยหมดสติไปเลย 2 ครั้ง (ในงานเลี้ยงที่อังกฤษ เพื่อนพากลับบ้าน) โดยไม่รู้สาเหตุ  เป็นไมเกรน ไม่สบายทุกครั้ง จะอาเจียน ถ้านั่งรถโดยลืมกินดาร์มามีนก่อน จะเมารถมาก ลงจากรถแล้วจะเมาต่อเป็นช่วงๆ อีก 1 อาทิตย์ ในเวลาหลายสิบปีนี้ ไม่เคยคิดไปหาหมอ เพราะคิดว่า ก็วิงเวียน นอนพักก็หาย ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง

ตอนนี้ไม่ได้ไปทำงานมาเกือบเดือนหนึ่งแล้วตั้งแต่มีตุ่มสุกใสเม็ดแรก มีงานค้างอยู่เยอะมาก ทำงานที่บ้านก็ไม่ได้ เพราะนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ได้ไม่นาน (ที่เห็นเล่น FarmVille คือ Miawza เป็นคนเล่นนะ) โชคดีที่พี่เล็กเข้าใจ บอกว่า มดพักไปเลย ส่วน EIL ก็มีพี่ต้อยติ่ง มีแยม แล้วพี่เล็กและพี่มดก็กลับจากเยอรมันแล้ว (ซึ่งถ้าสบายดี ก็จะได้ไปมาด้วย) ก็ไม่คิดว่าต้องห่วงอะไร จริงๆ คิดอยากลาออกจากการเป็น Director ให้คนอื่นที่ทำงานได้เต็มที่มารับตำแหน่งดีกว่า แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การอยู่บ้านนานๆ โดยส่วนใหญ่นอนทั้งวัน ไม่สนุกหรอก

บ่ายวันเสาร์นี้ หมอผิวหนังนัดไปพบอีกที ตอนเช้ากะจะไปหารศ.พญ. เสาวรส ซึ่งเป็นอาจารย์หมอที่จุฬาฯ เชี่ยวชาญโรค "เวียนศีรษะ" และออกตรวจที่บำรุงราษฎร์วันเสาร์ ปรากฏว่าคิวเต็มหมด (เพื่อร่วมโรคเยอะ) นัดได้ 14 พ.ค. แล้วเวลาต้องตรวจอะไรแพงๆ อย่าง MRI จะชอให้หมอส่งไปทำที่ร.พ. จุฬาฯ และไปรักษาต่อที่นั่น เพราะกลัวว่ากว่าจะรู้ว่าเป็นอะไรกันแน่ ก็หมดตัว ไม่มีเงินรักษาพอดี

มีพ่อของเพื่อนที่วิงเวียนบ่อยๆ เป็นปีๆ ลูกๆ ก็คิดว่าอาการคนแก่ธรรมดา เวลาผ่านไป ตอนนี้พ่อมีก้อนเนื้อใหญ่ในสมองจนรักษาอะไรไม่ได้ นอนนิ่งๆ อยู่อย่างเดียว มีแม่เพื่อนอีกคนวิงเวียนเหมือนกัน คิดว่าเป็นน้ำในหูไม่เท่ากัน แต่นอนทั้งวันก็ไม่หายเวียน หมอจับตรวจ MRI ปรากฏว่าเส้นเลือดในสมองตีบตีบ ส่วนตัวเอง สักพักใหญ่ คงได้รู้ว่าเป็นอะไรแน่ ขอบคุณ Miawza ที่ดูแลเป็นอย่างดีและลางานเพื่อไปโรงพบาบาลเป็นเพื่อนด้วย

ตอนนี้อยากให้ทุกคนที่เป็นผู้ใหญ่และไม่เคยเป็นอีสุกอีใส ไปหาหมอเพื่อฉีดวัคซีน และถ้ามีใครมีอาการอะไรบ่อยๆ ที่แม้จะคิดว่าไม่ร้ายแรง ลองปรึกษาหมอดู ก็น่าจะดีนะ

ผลตรวจเลือดและ MRI ปกติทุกอย่าง หมอบอกไม่เป็นโรคร้ายแน่ๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าโรคดีๆ ที่ทำให้วิงเวียนนี้มันคืออะไร ก็รักษาตามอาการ คือให้ยาแก้วิงเวียน ไมเกรน ช่วยการไหลเวียนของโลหิตอะไรพวกนี้ แล้วอีกเดือนหนึ่งค่อยไปพบหมออีกที ขอบคุณทุกๆ คนนะคะ (May 7, 2011)

 

 


Thursday, February 04, 2010

สมัครดีมั้ย

โปรดสังเกตว่าจะได้อยู่ Jesus College ด้วยนะ แม้จะเป็น non-tutorial fellowship
จริงๆ ก็อยากอยู่จุฬาฯ นี่แหละ แต่ขอ non-administrative teaching position ได้มั้ย

Job Announcement: University of Oxford
Pragmatics; Semantics: Lecturer, University of Oxford, Oxfordshire, United Kingdom

Employer: University of Oxford
Faculty of Linguistics, Philology and Phonetics
http://www.ling-phil.ox.ac.uk/index.php?section=1
Job Location: Oxford, United Kingdom
Rank or Title: Lecturer
Linguistic Field(s): Pragmatics
Semantics
LL Issue: 21.524
Date Posted: 02-Feb-2010
Job Description: University Of Oxford
Faculty Of Linguistics, Philology And Phonetics
in association with Jesus College
University Lecturership in Linguistics (Semantics and Pragmatics)
Grade 10a: Salary £42,351 - £56,917 p.a.

Applications are invited for a University Lecturership in Linguistics
(Semantics and Pragmatics), in the Faculty of Linguistics, Philology and
Phonetics, Oxford University, which will lead to a permanent academic post
upon the successful completion of a probationary period. A non-tutorial
fellowship at Jesus College is attached to this position.

The successful applicant will join the recently formed Faculty, a vibrant
community of linguists working in various aspects of the discipline, both
synchronic and diachronic (further information on our interests and
activities is available at the Faculty’s website:
http://www.ling-phil.ox.ac.uk/). The principal focus of the post is to
conduct advanced research in semantics and pragmatics, and to provide
lectures and tutorials in these areas. We particularly welcome applicants
(who should have a PhD or equivalent qualification in an appropriate area)
with an interest in interface issues, including the syntax-semantics
interface, as well as relations between prosody, information structure, and
semantics, and applicants whose work will reinforce ties with researchers
in the Philosophy of Language in Oxford’s Faculty of Philosophy. The
Linguistics Faculty is planning to join Philosophy and Psychology to create
a new undergraduate degree (in addition to the current joint degrees with
Modern Languages), which will inevitably draw on the expertise of the new
colleague. The Faculty also has thriving one- and two-year Master’s
programmes and a large number of doctoral students, and the appointee will naturally be expected to make a contribution to graduate teaching and supervision.

Further particulars for the post are available on the University website at
http://www.admin.ox.ac.uk/fp/. For an informal discussion, please contact
Professor Aditi Lahiri, Professor of Linguistics and Chair of the Board of
the Faculty, via Kate Dobson at Kate.Dobson@ling-phil.ox.ac.uk.

Applications should be sent to Dr. Lindsay Rudge, quoting reference
HUM/09021P/E. The closing date for receipt of applications is February
26th, 2010.

The University is committed to equality and valuing diversity.
Application Deadline: 26-Feb-2010
Application Address: Dr Lindsay Rudge
Humanities Division
37a St Giles
Oxford Oxfordshire OX1 3LD
United Kingdom
Application Email: Lindsay.Rudge@humanities.ox.ac.uk
Contact Information: Dr Lindsay Rudge
click here to access email

Monday, November 30, 2009

Thoughts 2010

Call for papers

Thoughts 2010 welcomes articles on various topics in the areas of literature, language, and translation, in both English and Thai.

Prospective contributors should send 2 copies of their papers of about 10-20 pages in length (including abstracts) to the editor, typed in single space on A4 paper.

The font used for English papers should be Times New Roman 12 and that for Thai papers should be Cordia New 16.

References should conform to the requirements of the Modern Language Association of America (MLA).


All papers will be subject to review by two scholars.
The deadline for submitting the first draft for the 2010 issue is December 30, 2009.

Further inquiries please contact:

Assistant Professor Jiranthara Srioutai, PhD
Editor of the 2010 issue
Department of English, Faculty of Arts
Chulalongkorn University

Tel. 02-2184707
Email: jiranthara.s@chula.ac.th

Tuesday, August 18, 2009

I Was Made To Praise You

I was made to praise you
I was made to glorify your name
in every circumstance
to find a chance to thank you
I was made to love you
I was made to worship at your feet
And to obey you, Lord
I was made for you

I will always praise you
I will always glorify your name
in every circumstance
I'll find a chance to thank you
I will always to love you
I will always worship at your feet
And I'll obey you, Lord
I was made for you

(Japanese)
あなたをたたえ あなたの御名かかげ
どんな時も 感謝するため
あなたを愛し そのみもとで拝し
従うため 創られた

(Japanese, Roman characters)
Anata wo tatae, Anata no mina kakage,
Donna toki mo, kansha suru tame,
Anata wo ai-shi, sono mimoto de hai-shi,
Shitagau tame, tsukurareta.

Monday, August 10, 2009

Thai Yaki




ที่โยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ขนมนี้เรียก Tai Yaki แปลตรงๆ ได้ว่าปลาไทย่าง ตัวละ 100 เยน




ที่ประเทศไทย ไปเห็นที่หน้าศูนย์วัฒนธรรมเมื่อวานนี้ เรียก บุงปัง ตัวละ 5 บาท